ร้อนไม่ไหว! ชาวนาเวียดนามดำนาปลูกข้าวในตอนกลางคืน

หลายๆท่านอาจจะเคยเห็นวิธีการดำนาในประเทศเรามาหลากหลายวิธี แต่สงสัยกันไหมคะว่าประเทศเพื่อนบ้านเราเค้าดำนากันแบบไหน วันนี้แอดมินจะพาไปดูการดำนาที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งเค้าดำนากันตอนกลางคืน จะเป็นยังไงมาดูกันค่ะ

ร้อนจนทนไม่ไหว! ชาวนาเวียดนามดำนาปลูกข้าวในตอนกลางคืน เลี่ยงอุณหภูมิร้อนจัดที่เกินกว่าจะทำงานได้ ทำความสามารถในการผลิตลดฮวบ

ท่ามกลางท้องฟ้าในยามค่ำคืน ชาวนาที่อาศัยอยู่แถบชานเมืองของฮานอย ประเทศเวียดนามกำลังลงมือดำนา พร้อมกับอุปกรณ์คู่ใจไฟส่องกบ หรือ ไฟคาดศีรษะ เพื่อช่วยให้พวกเขาเห็นพื้นตรงหน้าขณะทำงาน

เหตุผลที่บรรดาชาวนาที่อยู่ในชุมชน Tam Thanh นี้ต้องหันมาทำนาใต้แสงไฟประดิษฐ์แทนที่จะเป็นแสงอาทิตย์ เพราะว่าต้องหลีกเลี่ยงอุณหภูมิที่สูง ในช่วงเดือนที่ร้อนจัดของฤดูร้อน

Le Van Ha ชาวนาวัย 40 ปีระบุว่า “อุณหภูมิที่นี่เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ปีละ 1 – 2 องศาเซลเซียส”

ปัจจุบันชาวนาเวียดนามต้องตื่นตั้งแต่ประมาณตี 1-3 เพื่อหลีกเลี่ยงอุณหภูมิที่ร้อนหลังจากที่พระอาทิตย์ขึ้นในช่วง 8 โมงเป็นต้นไป ซึ่ง Le Ven Ha เสริมว่า ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในนาได้นานกว่าปกติเพราะไม่มีแดดที่แรง การทำนาในตอนกลางคืนก็ยังคงส่งผลต่อความสามารถในการผลิตที่ลดลงกว่าครึ่งอยู่

Le Thi Van ชาวนาอีกคนกล่าวว่า การทำนาให้ผลผลิตแค่พอเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวเท่านั้น ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถพึ่งพาการทำการเกษตรเพียงอย่างเดียวได้เหมือนในอดีตแล้ว เราต้องหางานอื่นทำเสริม การทำนานี้เป็นเพียงแค่เพื่อที่จะรักษาที่ดิน และเก็บข้าวเอาไว้กินเอง เพราะลำพังแค่ข้าวที่ปลูกก็ยังไม่พอสำหรับเลี้ยงชีพ

เมื่อปีที่แล้ว เมือง Ha Tinh ทางตอนกลางของเวียดนามได้เผชิญอุณหภูมิที่ร้อนที่สุด 43.3 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ที่เคยมีบันทึกมา เจ้าหน้าที่จาก National Center for Hydro-Meteorological Forecasting ของเวียดนามกล่าวว่า หลาย ๆ พื้นที่ในประเทศต้องทุกข์ทนกับคลื่นความร้อนของปีนี้ ถึงแม้ว่าอุณหภูมิยังคงต่ำกว่าอุณหภูมิสูงสุดของปีที่แล้ว

โดยข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า อุณหภูมิทางตอนเหนือของเวียดนาม และตอนกลางของเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 35 – 40 องศาเซลเซียส เมื่อวันพฤหัสที่ 25 ที่ผ่านมา

Thai Hong Ngoc ชาวนาอีกราย วัย 50 ปีกล่าวว่า การทำนาตอนกลางคืนจะทำให้ต้นข้าวเหี่ยวเฉาจากความร้อนน้อยลง และก็รู้สึกดีใจมากที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกในการช่วยเก็บเกี่ยว เขาเล่าว่า “ถ้าต้องเก็บด้วยมือของตัวเองเหมือนแต่ก่อน เขาคงเลิกทำไปแล้ว เพราะว่าร้อนเกินไป”

ขอบคุณข้อมูล environman

ขอบคุณรูปภาพ www.reuters.com