ปลูกอ้อยคั้นน้ำ พื้นที่ 1 ไร่ คั้นน้ำขายได้เงิน 3 แสนบาท

อ้อยคั้นน้ำสุพรรณบุรี 50

เป็นพันธุ์ที่คัดได้จากการผสมเปิดของอ้อยพันธุ์ เอสพี 074 (SP 074) ซึ่งได้ผ่านการคัดเลือกที่ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรีและประเมินผลที่ศูนย์วิจัย สถานีทดลองพืชไร่ ตลอดจนในไร่เกษตรกรในจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่ปี 2533 จนถึง 2538 อ้อยคั้นน้ำสุพรรณบุรี 50 ให้ผลผลิตน้ำอ้อยดีกว่าพันธุ์เดิมที่ใช้กันอยู่ คือ พันธุ์สิงคโปร์ ในทุกสภาพแวดล้อมและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในประเทศไทยได้ดี โดยเฉพาะในเขตภาคกลางและภาคตะวันตกที่เป็นแหล่งปลูกอ้อย

ลักษณะเด่น

1.ให้ผลผลิตน้ำอ้อยประมาณ 4,900 ลิตรต่อไร่

2.น้ำอ้อยสดมีสีเหลืองอมเขียว รสชาติหวานหอม

3.เจริญเติบโตเร็ว

4.แตกกอดี โดยมีจำนวนลำประมาณ 12,000 ลำต่อไร่

5.สามารถไว้ตอได้ดี ทำให้ไม่ต้องปลูกใหม่ทุกปี หลังจากเก็บเกี่ยวหรือตัดอ้อยแล้ว

ความต้านทานโรค

มีความทนทานต่อโรค แส้ดำโรคใบขาว และโรค ลำต้นเน่าแดง

ความต้านทานเเมลง

พบการเข้าทำลายของหนอนนกอ้อยน้อย ประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์

ลักษณะประจำพันธุ์

1.มีใบขนาดใหญ่ ปลายใบโค้ง

2.ลำต้นมีสีเขียวอมเหลือง

3.ปล้องมีรูปร่างทรงกระบอกค่อนข้างยาว ไม่มีร่องเหนือตา

4.ตามีรูปร่างกลม มีวงเจริญเหลืองและนูน

5.ข้อโปน

6.มีการออกดอกบ้างในอ้อยตอ ในช่วงเดือนธันวาคม

7.อายุเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม คือ 8 เดือน

การปลูกและดูแลรักษา

สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ต้องมีการให้น้ำ

การเตรียมดินปลูก

1.ในสภาพไร่ ไถดะ ไถแปร เพื่อกำจัดวัชพืชแล้วยกร่องให้เป็นลูกฟูก โดยมีระยะห่างระหว่างร่อง 1.2 – 1.4 เมตร ลึก 30 – 40 เซนติเมตร

2.ในสภาพร่องสวน ควรเตรียมดินโดยใช้รถไถเดินตามขนาดเล็ก แล้วทำการยกร่อง ใช้ระยะระหว่างร่อง 75 – 100 เซนติเมตร

การปลูก

1.ท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกให้สับเป็นท่อนๆ แต่ละท่อนมี 3 ตา วางท่อนพันธุ์ในร่องให้ห่างกัน 50 เซนติเมตร แล้วกลบดินหนาประมาณ 3 – 5 เซนติเมตร พื้นที่ 1 ไร่ ใช้พันธุ์อ้อยประมาณ 500 ลำ

การใส่ปุ๋ย

ใส่ปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งละเท่าๆ กัน ใส่ครั้งแรกอายุ 1 เดือนครึ่ง โดยการโรยรอบต้นหรือข้างๆ ต้น พร้อมกับพูนดินกลบโคนและถากหรือกำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 เมื่ออ้อยอายุ 2 เดือนครึ่ง

การดูแลรักษาอ้อยตอ

อ้อยตอ คือ อ้อยที่เกิดหรือได้จากการแตกหน่อใหม่ หลังจากการเก็บเกี่ยวอ้อยปลูก ซึ่งอ้อยคั้นน้ำสุพรรณบุรี 50 แตกหน่อได้ดีหลังจากตัดหรือเก็บเกี่ยวและไว้ตอได้นาน 3 – 4 ตอ โดยหลังจากเก็บเกี่ยวอ้อยแล้วต้องตัดแต่งตออ้อยให้ชิดดิน แล้วให้น้ำอย่างพอเพียง เพื่อให้หน่ออ้อยที่เจริญออกมาใหม่แข็งแรง

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลผลิตอ้อยตอสูง คือ การใส่ปุ๋ยและการกำจัดวัชพืช โดยทั่วไปจะใส่ปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15 ในอัตรา 80 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง เช่นเดียวกับในอ้อยปลูกปีแรก และมีการดูแลรักษารวมทั้งการกำจัดวัชพืชอย่างเหมาะสม ในขณะที่อ้อยตอยังเล็กอยู่

ขั้นตอนการผลิตน้ำอ้อยพร้อมดื่ม

1.การเตรียมภาชนะบรรจุ

2.ภาชนะที่ใช้บรรจุน้ำอ้อยอาจเป็นขวดแก้ว หรือขวดพลาสติก ซึ่งต้อทำความสะอาด โดยล้างน้ำที่สะอาดและคว่ำให้แห้ง

3.การทำความสะอาดอุปกรณ์และเครื่องคั้นน้ำ

4.ใช้น้ำสะอาดล้างเครื่องคั้นน้ำอ้อยและเตรียมผ้าขาวบางที่สะอาด เพื่อใช้กรองน้ำอ้อย

วิธีการคั้นน้ำอ้อย

1.นำอ้อยที่เก็บเกี่ยวแล้ว (อายุ 8 เดือน) มาตัดเป็นท่อนๆยาวท่อนละประมาณ 75 เซนติเมตร

2.ปอกเปลือกอ้อยด้วยมีด ปอกอ้อยหรือมีดทั่วไป

3.ล้างอ้อยที่ปอกเปลือกแล้วด้วยน้ำสะอาด ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ

4.นำอ้อยที่ล้างสะอาดแล้วเข้าเครื่องคั้นน้ำอ้อย

5.กรองน้ำอ้อยด้วยผ้าขาวบางที่สะอาดหนา 4 ชั้น

6.บรรจุน้ำอ้อยในขวดแก้วหรือขวดพลาสติก

7.เก็บไว้ในตู้เย็นอุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส หรือเก็บไว้ในถังแช่ที่บรรจุน้ำแข็ง

การเก็บน้ำอ้อย

ถ้าเก็บน้ำอ้อยที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส จะเก็บไว้ได้ประมาณ 4 วัน ถ้าเก็บนานกว่านั้นน้ำอ้อยจะหมดอายุหรือเก็บลักษณะแช่แข็งจะทำให้อ้อยสามารถเก็บไว้ได้นานประมาณ 3 สัปดาห์

อ้อย 20 ลำ คั้นน้ำได้ 130 ขวด ขวดละ 250 มล. นำไปขาย ขวดละ 20 บาท ได้เงิน 2,600 บาท พื้นที่ 1 ไร่ อ้อย 300 หลุม แต่ละกอมี 10 ลำ คั้นน้ำรวมแล้วขายได้เงิน 390,000 บาท ยังไม่หักต้นทุน ค่าแรงงานตัด–ทำความสะอาด และขวดบรรจุ

ขอบคุณข้อมูล thairath