เจสัน ยัง เผยเบิกเงินเกลี้ยงบัญชีแจกญาติ

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนักร้องนักแสกงที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี อย่าง เจสัน ยัง หลังจากลาสิกขาจากการบวชครั้งที่ 3 ไกลถึงประเทศออสเตรเลียนานกว่า 7 เดือน

ล่าสุดก็ได้เห็น เจสัน ยัง ผ่านทางจอแก้วเสียที เมื่อเจ้าตัวออกมาเปิดใจเป็นที่แรกหลังลาสิกขา ผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show โดยมี พีคเ ปิยะวัฒน์ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร งานนี้เจ้าตัวขอออกมาโต้ว่าบวชเพราะหนีปัญหา พร้อมเผยเตรียมแบ่งสมบัติทำพินัยกรรมไว้

บวชมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้ไปบวชที่ออสเตรเลียเป็นเพราะหนีปัญหาใช่มั้ย ?

เจสัน : “ตอบเลยว่าไม่ใช่ ขอตอบย้อนเลยว่าบวชทุกครั้งไม่ได้หนีปัญหาแล้วจะไปแต่ละครั้งไม่ได้จะปุ๊ปปั๊ปแล้วไปได้ ผมมีงานตลอด ผมต้องเคลียร์งานก่อนว่าช่วงนี้ผมไม่รับงานขอเบรกไปซักพักนึง ที่ต้องไปออสเตรเลียเพราะครั้งที่ 1 และ 2 บวชที่เมืองไทย ครั้งที่ 3 ผมอยากจะบวชให้แผ่นดินคุณพ่อ คุณพ่อเป็นคนออสเตรเลี่ยน ท่านเกิดและจากไปบนแผ่นดินออสเตรเลีย ครั้งหนึ่งในชีวิตก็อยากจะไปบวชภาวนาอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน”

ครั้งที่ 3 บวชให้คุณพ่อ?

เจสัน : “ทุกครั้งผมจะบวชให้คุณพ่อ คุณแม่ หมดเลย ระยะเวลาว่าทำไมเราถึงบวชนาน ทำไมไม่ 15 วัน เดือนนึงแล้วออกมาทำงาน ครั้งหนึ่งเราอยากทำให้ดีที่สุด แน่นอนเราอุทิศให้คุณพ่อ คุณแม่ ท่านเป็นแรงบันดาลใจ เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะทำความดี นอกจากนั้นก็จะมีญาติๆ ของผม ตลอดจนครูบาอาจารย์ที่สอนผมมาตั้งแต่อนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและประเทศอเมริกา ตลอดจนผู้มีพระคุณ

ผมอยู่ในวงการก็มีผู้มีพระคุณ พี่แก้ว พรีเมียร์ ก็พาผมเข้าวงการ คุณแม่อี๊ด พุทธินันท์ ท่านก็ให้ทุนการศึกษาผมไปเรียนต่ออเมริกา รวมถึงญาติที่ไม่ใช่สายเลือดคือพี่น้องที่เจอกันทั้งในวงการและนอกวงการ ก็มีความรักความผูกพันกัน รวมถึงแม่บ้านที่เหมือนญาติแท้ๆ ที่ผมเคยยกบ้านให้เขาไป”

โดยปกติผู้ชายจะบวชทดแทนพระคุณพ่อแม่ก็บวชกันครั้งเดียวของพี่ทำไมต้อง 3 ครั้ง ?

เจสัน : “จริงๆ แล้วเราบวชกี่ครั้งก็ได้ ก่อนผมบวชก็ได้ถามทางพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์แล้ว ไม่มีปัญหาบวชได้ จะบวชกี่ครั้งก็ได้ ถ้าเราบวชแล้วเราทำดี ไม่ได้ทำให้ศาสนาด่างพร้อย ทางพระพุทธศาสนาเองท่านยินดีอยู่แล้ว กลับมาใช้ทางโลกทุกคนก็ยินดี ในสมัยพุทธกาลก็มีบวช สึก 7 ครั้ง สำเร็จเป็นพระอรหันต์อันนั้นมีอยู่ในพระไตรปิฎกจริง”

เรามองตัวเองไว้อย่างนั้นมั้ย ?

เจสัน : “ผมคงไม่ต้องถึงขนาดนั้นมั้ง (หัวเราะ) เรามองว่าทุกครั้งเราตั้งใจเต็มที่ อย่างครั้งนี้ผมเหมือนได้มีโอกาสรับพลังอะไรดีๆ มา แต่มีคนทำนายผมว่า ผมจะต้องมี 4 ครั้ง แต่คงไม่เร็วๆ นี้ เขาบอกว่าบั้นปลายชีวิต คือครั้งนี้ออกมาจะต้องออกมาเติมเต็มทางโลก ต้องมาทำอะไรให้สำเร็จ ไม่มีอะไรคาใจ สุดท้ายแล้วบั้นปลายจะต้องกลับมาในผ้าเหลืองอีกที”

ขอย้อนตอนที่แม่ป่วยเป็นอะไรบ้าง ?

เจสัน : “เป็นเบาหวานก่อน พอเป็นเบาหวานก่อนก็เป็นประตุสู่โลกต่างๆ มากมาย ไตเอย อัมพฤกษ์เอย ข้อสะโพกกระดูกหักด้วย สุดท้ายตามองไม่เห็น เพราะเบาหวานขึ้นตาจะต้องผ่าตัดตา ก็ผ่าตัดแล้วไปอยู่ที่โรงพยาบาลปอดติดเชื้อจากนั้นก็อยู่โรงพยาบาลยาว ตอนท่านจากไปผมยังถ่ายซีรีส์ของเยอรมันอยู่เลย ตอนท่านจากไปผมไม่ได้อยู่กับท่าน”

ตอนที่คุณแม่เสียก็ไม่ได้บวชด้วย ?

เจสัน : “ไม่ได้บวชหน้าไ ฟให้ บวชแต่ตอนเป็นสามเณรประมาณ 10 ขวบ ที่แม่ได้เห็นชายผ้าเหลือง”

ตอนที่คุณแม่เสีย เสียใจหรือเสียดายมากกว่ากันที่ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ?

เจสัน : “บอกไม่ถูกคำว่าเสียใจหรือเสียดาย อาจจะเป็นความรู้สึกที่อยากให้ท่านอยู่นานๆ คือเราทำใจมาแล้ว เอาตรงๆ ตอนนั้นผมก็ได้เจอกับครอบครัวจาโกต้าเขาก็ให้ผมไปปฎิบัติธรรม ไปภาวนา ไปอุทิศบุญกุศลให้คุณแม่ คนเราเวลาเหมือนจะไปแล้วแต่มันจะมีอยู่จังหวะหนึ่งเหมือนหาย แข็งแรง จะกลับบ้าน เขาบอกว่าใจเย็นๆ ท่านได้รับบุญนั่นเป็นเฮือกสุดท้าย แล้วก็จริงๆ หลังจากนั้นท่านมีกำลังมีแรงก็ค่อยดรอปลงๆ แล้วก็ค่อยๆ ไป”

คุณแม่มีสั่งอะไรไว้มั้ย ?

เจสัน : “ไม่ได้สั่ง แต่คุณแม่อาจจะห่วง เพราะลูกคนเดียว คุณพ่อก็เสียไปตอนผม 13 ก็ไม่ค่อยได้อยู่เมืองไทย ไปๆ มาๆ”

คุณแม่อยู่ที่โรงพยาบาลนานเท่าไหร่ ?

เจสัน : “เป็นเดือน สองเดือนเลย คุณหมอพยาบาลก็เข้าใจเลย เวลาผมเลิกงานดึกก็อนุญาตให้ผมเยี่ยมเป็นกรณีพิเศษ เพราะไม่ได้อยู่ห้องวีไอพี ใช้สิทธิ์ 30 บาทรักษา”

ท่านมีมาหาบ้างมั้ย ?

เจสัน : “ในฝันครับ แต่จับใจความไม่ได้ แต่หลายครั้งอยู่ ท่านก็จะมายิ้มแต่ไม่เคยได้คุยอะไรกัน นอนฝันนะไม่ใช่ในนิมิตนั่งสมาธิ อาจเป็นความผูกพัน ก่อนคุณแม่จะเสีย ท่านไปถอนฟันให้ผมซี่นึงเก็บไว้ แล้วผมก็เก็บไว้ทุกวันนี้ แล้วก็เลี่ยมทองไว้ พอท่านจากไปอัฐิเถ้าถ่านก็ไปลอยอังคารหมดผมเก็บแต่ฟันนี้เอาไว้ ตอนที่ท่านจากไปผมก็ไปขลิบผมเก็บเอาไว้

บวช 3 ครั้งเป็นชายสามโบสถ์จริงมั้ย ?

เจสัน : “ชาย 3 โบสถ์ต้องดูบริบทและต้องดูเวลา มันต่างกรรม ต่างวาระกัน คนโบราณอาจจะบอกว่าชาย 3 โบสถ์คือคนนั้นบวชแล้วอาจจะไม่ประพฤติธรรม ไม่ประพฤติดี ไม่ประพฤติชอบ ออกไปก็เกเร กลับมาใหม่ก็เหมือนเดิมคือบวชกี่ โบสถ์ก็ไม่มีอะไรดี แต่ชาย 3 โบสถ์ที่จริงแล้วหมายความว่าการเปลี่ยนศาสนาถึง 3 ครั้ง ศรัทธาในการเปลี่ยนศาสนาถึง 3 ครั้งแสดงว่าคุณไม่แน่นอน มีความลังเล ถ้าเรามีศรัทธาอยู่ในศาสนาใด ศาสนาหนึ่งแล้วเราจะบวชถึง 3 ครั้ง 5 ครั้ง 6 ครั้ง 7 ครั้ง 8 ครั้ง ศรัทธามันเพิ่มพูน

ผมสนับสุนให้คนบวชในระยะสั้นนะสัก 3 เดือน ถ้า 3 เดือน บวชครั้งแรกสอบนักธรรมตรีได้ แล้วก็สึกออกไปทำงานได้ มีโอกาสก็กลับมาบวชอีกซัก 3 เดือนสอบนักธรรมโท แล้วก็ออกไปกลับมาสอบนักธรรมเอก ความรู้ที่ได้เวลาเขาออกไปทำงานมันมีประโยชน์ต่อเขาและสังคมมากนะ”

เห็นว่าก่อนลาสิกขาบทมีนิมิตคืออะไร ?

เจสัน : “คืนสุดท้ายผมอยู่ที่ดอยโตน จ.ลำปาง เป็นพระเพียงรูปเดียวอยู่กับสุนัข ดอยโตนเป็นภูเขาลูกเดียวที่มีน้ำรอบล้อม นั่งสมาธิอยู่ประมาณเที่ยงคืน ลูกหมาเห่า เสียงเขาเรารู้ว่าเขากลัว เขาเห็นอะไรบางอย่าง ผมก็ออกจากสมาธิก็คือลืมตาแล้วก็ไปดูว่าเขาเห่าอะไร ก็พยายามมองจ้องไปที่เขามอง สักพักก็เห็นลูกไฟประมาณลูกเทนนิส

วิ่งสลับกันแล้วก็หายประมาณ 5 วินาที แล้วก็มาให้เห็นอีก แล้วก็หายอีก ดูแล้วก็ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร เราก็แผ่เมตตา แล้วผมก็นอนแล้วก็ไปฝันต่อว่าเราเดินไปตรงที่เราเห็นว่าเราได้ลูกแก้วลูกไ ฟลูกนี้ก็คือลูกแก้วที่กำลังอุ่นๆ เลย แล้วก็หยิบขึ้นมา”

แล้วลูกแก้วนี่สื่ออะไร ?

เจสัน : “ผมไม่รู้ ไม่ทราบเลย”

ช่วงไหนของชีวิตที่บอกว่าเอาเงินล้านไปแจกคนรอบตัวหมดเลย ?
เจสัน : “ตอนนั้นบวชครั้งแรก ตอนนั้นไปอยู่กับหลวงพ่อวิริยังค์ ไปปฎิบัติดูแลท่านอยู่ที่แคนาดา พอกลับมาก็อยากจะเดินทางธุดงค์ไปในป่าในเขาตามถ้ำตามที่ต่างๆ ผมก็รู้สึกชีวิตเราไม่แน่นอนกับชีวิตจะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ถ้าเกิดผมจากไปไปสิ่งที่เรามีอยู่จะจัดการยังไงให้มันเกิดประโยชน์และเป็นธรรมที่สุด ก็เรียกญาติมาเลย ญาติทางฝ่ายคุณแม่มี 4 ครอบครัว แล้วก็ถอนเงินมาหมดเลยก็ไม่เยอะ 8 แสนบาทเอง ครอบครัวละ 2 แสน

คุณก็เหลือศูนย์แล้วกินอะไร ?

เจสัน : “ผมเหลือศูนย์ ก็บิณฑบาตครับ ตอนนั้นเป็นพระ ส่วนเรื่องบ้านตอนนั้นยังไม่อยากขายแล้วแบ่งเงิน อยากให้คนมาอยู่ก็เลยนึกถึงแม่บ้าน คือพี่แหม่มดูแลเรามา ดูแลคุณแม่มาก็มี 20 กว่าปี แล้วเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก เราก็อยากจะตอบแทนเขา ลูกเขาก็ยังเรียนงั้นก็มาอยู่ที่บ้าน เราจัดความเป็นธรรมเอาไว้ให้หมด”

ที่บอกว่ายกให้ไปคือโอนโฉนดบ้านให้แม่บ้านเลยเหรอ ?

เจสัน : “ครับ แม่บ้านก็รับไว้ เขาไม่อยากได้ ผมก็บอกว่ารับไว้เถอะ หลังจากนั้นผมก็อยู่ต่อสัก 9 เดือนที่เมืองไทยแล้วก็ลาสิกขาออกมา”

ลาออกมาแล้วยังไง ไปอยู่ไหน บ้านเราก็ไม่มี ตังค์เราก็ไม่มี ?

เจสัน : “ไปขอแม่บ้านอยู่ครับ เขาก็ถามว่าเรื่องบ้านจะเอาคืนมั้ย ผมก็บอกว่าผมให้แล้วผมไม่อยากผิดสัจจะก็อยู่กันไปอย่างนี้ก่อนแล้วกัน ให้ผมอยู่ผมก็ดีแล้ว ก็อยู่กันเป็นเหมือนครอบครัว จะเป็นของใครก็ได้มันเป็นแค่ชื่อ แต่ผมได้มีที่ซุกหัวนอน สุดท้ายพี่แหม่มก็พาไปกรมที่ดินแล้วก็โอนคืนให้”

ทำไมล่ะ ?

เจสัน : “เขาบอกว่าเขาไม่ได้อยากรับแต่แรกอยู่แล้ว แต่เขาอยากดูแลให้”

นอกจากเงินนอกจากบ้านพินัยกรรมก็แบ่งเอาไว้แล้วเหรอ ?

เจสัน : “ก็มีไม่เยอะหรอกครับ ผมไม่ได้มีเป็นร้อยล้าน พันล้าน ถ้ามีเยอะทุกคนสบายหมดเลยนะ ผมใจป้ำมาก”

พินัยกรรมตอนนี้เรียบร้อยหมดแล้ว ?

เจสัน : “ก็แต่ละครั้ง แต่ละครั้งไปครับ จะทำด้วยวาจาก็ดี ลายลักษณ์อักษรก็ดีกว่า ว่าอันไหนทำบุญ อันไหนแจกตรงไหน เราจะรู้ว่าอันไหนทำแล้วเกิดประโยชน์มากที่สุด”

บวชมาแล้ว 3 ครั้ง คิดว่าครั้งต่อไปจะเมื่อไหร่ ?

เจสัน : “อีกยาวนานเลย ตอนนี้เต็มที่แล้ว เหมือนตอนที่ผมฝันว่าได้ลูกแก้ว ผมเห็นลูกไ ฟ ผมรู้สึกผมได้พลังอะไรบางอย่าง”

เรื่องหัวใจพร้อมจะแบ่งปันให้ใครหรือยัง ?

เจสัน : “เราไม่ได้ปิดกั้น ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด”

ขอบคุณรายการ คุยแซ่บ Show , ทีนิวส์