เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคโคนเน่าหัวเน่ามันสำปะหลังช่วงฤดูฝน

เนื่องจากในช่วงนี้หลายพื้นที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง สภาพแวดล้อมดังกล่าวเหมาะต่อการระบาดของโรคโคนเน่าหัวเน่ามันสำปะหลังขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ ลักษณะอาการที่สามารถมองเห็นได้จากความผิดปกติของต้นมันสำปะหลัง ส่วนที่อยู่เหนือดินจะพบอาการใบเหลือง เหี่ยว และร่วง

โคนต้นแสดงอาการเน่าเป็นสีน้ำตาลหรือดำ บางพันธุ์ เช่น พันธุ์ห้วยบง ๖๐ พบอาการโคนต้นบริเวณคอดินแตก เมื่อขุดดูพบหัวมันสำปะหลังเน่า ผ่าดูภายในเป็นสีน้ำตาล หากอาการรุนแรงไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

แนวทางป้องกันกำจัด

๑. หากพื้นที่ปลูกเป็นดินดานควรไถระเบิดชั้นดินดานและตากดินไว้ อย่างน้อย ๒ สัปดาห์ก่อนปลูก
๒. แปลงปลูกควรยกร่อง เพื่อไม่ให้น้ำท่วมขัง
๓. คัดเลือกท่อนพันธุ์จากแหล่งที่ไม่มีการระบาดของโรค

๔. ก่อนปลูกแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเมทาแลกซิล ๒๕% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา ๒๐-๕๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม ๘๐% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา ๕๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร เป็นเวลา ๑๐ นาที
๕. ควรจัดระยะปลูกให้เหมาะสม เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะต่อการระบาดของโรค

๖. หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบต้นที่แสดงอาการของโรค ถอนนำไปทำลายนอกแปลงปลูกแล้วโรยปูนขาว หรือราดด้วยสารเมทาแลกซิล ๒๕% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา ๒๐-๕๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม ๘๐% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา ๕๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร บริเวณที่ถอนและโดยรอบห่างออกไปประมาณ ๑ เมตร
๗. หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ควรเก็บเศษเหง้า และเศษซากมันสำปะหลัง ไปทำลายนอกแปลงปลูก

๘. ควรทำความสะอาดเครื่องจักรกลการเกษตรที่ใช้ในแปลงที่เป็นโรค เนื่องจากเชื้อสาเหตุโรคอาจติดมากับเครื่องจักรกลการเกษตรนั้น
๙. ในแปลงที่มีการระบาดของโรครุนแรง ควรปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน เช่น อ้อย ข้าวโพด หรือพืชตระกูลถั่ว

ในกรณีที่พบการระบาดของโรครุนแรง ควรปฏิบัติดังนี้

๑. พื้นที่ที่พบต้นแสดงอาการของโรคมากกว่าร้อยละ ๕๐ ควรไถทิ้ง เก็บเศษซากนำไปทำลายนอกแปลงปลูก แล้วตากดิน

๒. พื้นที่ที่พบต้นแสดงอาการของโรคร้อยละ ๓๐-๕๐ – มันสำปะหลังอายุ ๑-๓ เดือน ควรไถทิ้ง เก็บเศษซากนำไปทำลายนอกแปลงปลูก แล้วตากดิน มันสำปะหลังอายุ ๔-๗ เดือน หว่านปูนขาวให้ทั่วแปลง และควรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทันที มันสำปะหลังอายุ ๘ เดือนขึ้นไป ควรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทันที

ขอบคุณข้อมูล สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร