ไทยแพ้ประมูลข้าวจีทูจีปินส์ โรงสีชี้ตลาดข้าวช็อกราคาดิ่ง

ตลาดข้าวช็อก ไทยพ่าย “เวียดนาม อินเดีย เมียนมา” คว้าประมูลข้าว 25% จีทูจีฟิลิปปินส์ 3 แสนตัน คาดราคาข้าวเปลือกหัวทิ่มแน่

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ผลการประมูลนำเข้าข้าวสาร 25% แบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G to G) ให้กับรัฐบาลฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563 ปรากฏว่าผู้เสนอราคาที่ชนะการประมูล 3 ประเทศ ประกอบด้วย อินเดีย เวียดนาม และเมียนมา รวมปริมาณ 3 แสนตันโดยอินเดียชนะประมูล 4 ลอต ปริมาณ 96,000 ตัน

ด้วยราคาตันละ 484.7-485.7 เหรียญสหรัฐ ต้องส่งมอบไปยังพอร์ตเซบู ตักโลบา ซัมบวงกา และดาเบา ส่วนเวียดนามชนะประมูลข้าว 174,000 ตัน ด้วยราคาตันละ 497.3 เหรียญสหรัฐ ต้องส่งมอบที่พอร์ตมะนิลา และเมียนมาชนะประมูล 1 ลอต

ปริมาณ 33,000 ตัน ด้วยราคา 489.25 เหรียญสหรัฐ ซึ่งต้องส่งมอบที่พอร์ตมะนิลา ขณะที่ไทยเสนอขายปริมาณ 174,000 ตัน ด้วยราคาตันละ 541 เหรียญสหรัฐ สูงกว่าราคาเกณฑ์กลางในการประมูล ที่ฟิลิปปินส์ตั้งงบประมาณไว้ตันละ 498 เหรียญสหรัฐ ไทยจึงแพ้การประมูล

ทั้งนี้ ผู้ชนะการประมูลทั้งหมดจะต้องส่งมอบข้าวสารให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ภายในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2563 แบ่งเป็นลอตแรกปริมาณ 150,000 ตัน ไม่เกิน14 กรกฎาคม ไปยังพอร์ตมะนิลา ปริมาณ 87,000 ตัน เซบู 21,000 ตัน ตักโลบา 7,500 ตัน ซัมบวงกา 12,000 ตันและดาเบา 22,500 ตัน

ส่วนลอตที่ 2 ปริมาณ 150,000 ตัน ไปยังพอร์ตมะนิลา87,000 ตัน เซบู 21,000 ตัน ตักโลบา 7,500 ตัน ซัมบวงกา 12,000 ตัน และดาเบา 22,500 ตัน ภายในไม่เกินวันที่ 15 สิงหาคม

“การประมูลครั้งนี้ถือเป็นการซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ครั้งแรกในรอบ 2 ปี ซึ่งทางฟิลิปปินส์ตั้งเป้าหมายให้ผู้เสนอขายกำหนดราคารวมค่าขนส่ง (CIF) ตันละ 498 เหรียญสหรัฐต่อตัน”

แหล่งข่าวจากวงการโรงสีข้าว เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในเช้าวันที่ 8 มิถุนายน 2563 ผู้ส่งออกไม่มีการเปิดราคารับซื้อข้าวสารในประเทศเลย เพราะต้องรอผลการประมูลลอตนี้ โดยทางโรงสีต้องอาศัยราคาอ้างอิงจากสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเกณฑ์ ซึ่งปกติจะไม่มีราคาขายส่งข้าวขาว 25% เพราะผู้ส่งออกจะซื้อข้าวขาว 5% ไปผสมกับปลายข้าว ในสัดส่วน 2 ต่อ 1 โดยราคาสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับข้าวสารขาว 5% อยู่ที่ตันละ 14,500-15,000 บาท บวกกับราคาปลายข้าวตันละ 11,000-12,000 บาทโดยเฉลี่ยหากคำนวณราคาที่ต่างประเทศชนะการประมูลครั้งนี้ที่ตันละ 490 เหรียญสหรัฐ เท่ากับเป็นราคาข้าวสารที่ตันละ 15,200 บาท

ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากเปิดราคาประมูลแล้ว แนวโน้มราคาข้าวในประเทศต้องปรับลดลงอย่างมากแน่นอน เพราะโรงสีส่วนหนึ่งได้ซื้อข้าวเปลือกไปสต๊อกไว้ก่อนหน้านี้ โดยคาดหวังว่าไทยจะชนะการประมูลบ้างไม่มากก็น้อยแต่ก็ต้องผิดหวังและขาดทุนกันไป ใครสต๊อกมากก็เจ็บตัวมาก

หลังจากนี้ยังไม่มีแนวโน้มว่าตลาดข้าวจะมีความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ซึ่งในส่วนของผู้ส่งออกต่างก็มั่นใจว่าจะส่งออกในรูปแบบเอกชน-เอกชนได้ แต่หากสต๊อกของผู้นำเข้าเยอะก็คงไม่มีการสั่งซื้อเพิ่ม