วิธีปลูกฟักแฟง ให้ต้นงามไว ผลผลิตดก อยู่ได้นาน รสชาติดี

การที่จะลงมือปลูกฟักแฟง สักต้นสองต้น นั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก แต่การที่จะปลูกฟักแฟง สักต้นสองต้น แล้วมีดอกมีผล ให้ได้กินได้ทานกัน นี้ซิเป็นเรื่องน่าคิด มีคนหลายๆคนที่ปลูกฟักแฟงแล้ว มีแต่ดอกไม่มีผล ใส่ปุ๋ยให้น้ำกันอย่างเต็มที่ ต้นฟักแฟงเองก็งามจนมีดอกมากมาย แต่ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของฟักแฟง เรียนรู้และลงมือปฏิบัติ บวกกับเทคนิคนอกตำราเรียนเพิ่มเติม แค่นี้แหละรับรองปลูกฟักแฟง หนึ่งต้น ร้อยต้น มีผลให้ได้กิน แน่นอน

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญ

– ชอบดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียวผสมดินร่วน

– มีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง สามารถปลูกได้ทุกฤดู ช่วงที่ดีที่สุด คือ ช่วงปลายฝนต้นหนาวจะทำให้มีการติดผลได้ดี

– ถ้าความชื้นในอากาศสูงจะทำให้ผลผลิตต่ำ

– ควรปลูกในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำและสะดวกต่อการใช้ตลอดฤดูปลูก

การเตรียมพันธุ์

เลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ เปอร์เซ็นต์การงอกสูง เป็นพันธุ์ที่มีความนิยม ลักษณะดี และเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งแฟงในตลาดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

คือ แฟงไส้ตันผลใหญ่(แฟงงาช้าง) เช่น แฟงงาช้าง บางระจัน และ แฟง งาช้าง แฟงไส้ตัน เช่น ปิ่นแก้ว, ปิ่นทอง และ สลาตัน

การเตรียมดิน

– ควรไถดินลึก 5 – 8 นิ้ว ตากดิน 7 – 10 วัน แล้วไถพรวนอีก 1 – 2 ครั้ง ปรับระดับดินให้เสมอ

– เตรียมหลุมลึก 3 – 5 เซนติเมตร ระยะปลูกระหว่างต้น 2 – 2.5 เมตร

และระหว่างแถว 1 – 1.5 เมตร เว้นทางเดินระหว่างแปลง 30 – 50 เซนติเมตร

– อาจรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกที่สลายตัวแล้วลงไปเพื่อเพิ่มธาตุอาหาร อัตรา 1 ตัน/ไร่ และปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัม/ไร่

การปลูกสามารถทำได้ 2 วิธี

การหยอดเมล็ด หยอดเมล็ด หลุมละ 3 – 5 เมล็ด กลบด้วยดินละเอียด คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง แปลงหนาพอสมควร รดน้ำให้ชุ่ม เพื่อรักษาความชื้นของดิน เมื่อต้นกล้าแตกใบจริงได้ 2-3 ใบ หรือประมาณ 10 -15 วัน ถอนแยกให้เหลือ 1-2 ต้นต่อหลุม

การเพาะกล้า เตรียมดินผสม

ดิน : ปุ๋ยคอก อัตราส่วน 3:1 บรรจุในถุงเพาะกล้า ขนาด 3 × 7 หรือ 4 × 6 นิ้ว หยอดเมล็ด 1 – 2 เมล็ด/ถุง เมื่อต้นกล้าแตกใบจริงได้ 2-3 ใบ หรือประมาณ 10 -15 วัน ย้ายลงแปลงปลูก

การให้น้ำ

หมั่นรดน้ำให้ชุ่มอย่างสม่ำเสมอ แต่ให้ระวังอย่าให้แฉะ อาจมีการงดการให้นํ้า โดยคำนึงตามสภาพอากาศ แต่ต้องไม่ให้ฟักเขียวขาดน้ํา โดยเฉพาะระยะออกดอกและติดผล เพราะจะทําให้ดอกร่วง ไม่ติดผล และจะหยุดการให้น้ำเมื่อใกล้อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 15 วันก่อนเก็บผลผลิต

การใส่ปุ๋ย

เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 6 – 7 ใบ ใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 20 กิโลกรัม/ไร่ ในระยะออกดอก ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 20 – 30 กิโลกรัม/ไร่ ช่วงติดผลใส่ปุ๋ย สูตร 13-13-21 หรือสูตรใกล้เคียง อัตรา 30 – 50 กิโลกรัม/ไร่

การดูแลรักษา

เมื่อแฟงเริ่มเลื้อยหรือมีอายุประมาณ 15 – 20 วัน ควรทําค้างหรือร้านเพื่อให้เลื้อยเกาะขึ้นไป

โดยปักไม้ค้างยาว 2–2.5 เมตร แล้วเอนปลายเข้าหากันจากนั้นใช้ไม้ค้างพาดขวางประมาณ 2 – 3 ช่วง ช่วงละ 40 – 50 เซนติเมตร หรือทำเป็นค้างผูกเป็นร้าน สูงประมาณ 1.5 – 2 เมตร เพื่อให้ประหยัดพื้นที่ และง่ายต่อการดูแลรักษา

การเก็บเกี่ยว

แฟงไส้ตันสามารถสังเกตได้จากผลว่าเริ่มมีไขสีขาวจับผล หรือหลังหยอดเมล็ดประมาณ 75 วัน แต่ถ้าเป็นพันธุ์ผลใหญ่(แฟงงาช้าง) จะเก็บเกี่ยวได้ช้ากว่า อาจมีการเก็บผลผลิตไปได้อีก 2 – 3 เดือน

ขึ้นอยู่กับการบำรุง การเก็บผลผลิต ให้เลือกใช้มีดที่คมตัด ที่ขั้วของผล โดยเก็บขั้วผลไว้ประมาณ 1 นิ้ว เพราะจะทำให้เก็บรักษาได้นานมากขึ้น และให้เก็บไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา