วิธีทำเตาเผาถ่านถัง 200 ลิตร เหมาะสำหรับครัวเรือน

สอนวิธีเผาถ่าน ด้วยถังน้ำมัน 200 ลิตร แบบนอน ระบายควันได้ดี เหมาะสำหรับครัวเรือน ที่ให้ถ่านที่ดี ให้ถ่านที่มีคุณภาพสูง และได้น้ำส้มควันไม้ไว้ใช้งานอีกด้วย การสร้างเตาเผาถ่านโดยใช้ถังน้ำมัน 200 ลิตร ควรอยู่ห่างจากบ้านเรือนอย่างน้อย 50 เมตร ระบายควันได้ดี

วัสดุอุปกรณ์
1 ถังน้ำมัน 200 ลิตร 1 ถัง
2 ท่อใยหิน เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว ยาว 1 – 1.5 เมตร 1 ท่อ
3 ข้องอใยหิน เส้นผ่านศุนย์กลาง 4 นิ้ว
4 อิฐบล๊อก 4 ก้อน
5 ดินเหนียว
6 ขี้เถ้าแกลบ (แกลบดำ)
7 ดินหรือทราย (ทำฉนวนหุ้มเตา)
8 ไม้ไผ่ เส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 3 นิ้ว เจาะทะลุปล้อง ความยาวอย่างน้อย 5 เมตร (ถ้าไม่อยากเก็บน้ำส้มควันไม้ก็ไม่ต้องใช้ครับ)
9 ภาชนะใส่น้ำส้มควันไม้ ควรเป็นถังพลาสติกทรงสูง เพราะน้ำส้มควันไม้เป็นกรด ถ้าหากใช้ภาชนะรองเป็นโลหะ กรดจะกัดโลหะทำให้น้ำส้มควันไม้คุณภาพไม่ดี

ขั้นตอนการประกอบเตา
1 นำถังน้ำมัน 200 ลิตร ตัดฝาด้านใดด้านหนึ่งออก ให้สามารถเปิดปิดได้ นำฝาที่ตัดออกเจาะเป็นรูสี่เหลี่ยม 20 x 20 เซนติเมตร ส่วนฝาอีกด้านหนึ่งไม่ต้องตัดออก แต่ให้เจาะรูกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว

2 ปูพื้นด้วยทราย ให้มีขนาดความกว้าง – ยาว เท่ากับถังน้ำมัน 200 ลิตร และ นำถังน้ำมันไปวางไว้

3 ประกอบข้องอและท่อใยหิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นปล่องควัน ต่อเข้ากับเตาที่ได้ เจาะรูขนาด 4 นิ้ว พร้อมกับประสานรอยต่อโดยใช้ดินเหนียวผสมกับขี้เถ้าแกลบ

4 นำดินเหนียวไปหุ้มเตาทั้ง 3 ด้าน คือด้านข้าง 2 ด้าน และด้านบน ความหนา ประมาณ 30 เซนติเมตร จะทำให้เก็บความร้อนภายในเตาได้ดีขึ้น (เป็นฉนวน)

5 ใช้เหล็กเส้นความยาวประมาณ 1 ฟุต 2 อัน วางไว้ภายในเตาในแนวขวาง หัว – ท้าย เพื่อให้ความร้อนหมุนเวียนได้ดีขึ้น

6 นำไม้ฟืน ตัดให้มีความยาว 80 เซนติเมตร (ถังน้ำมัน 200 ลิตร ยาว 90 ซม.) วางไปตามความยาวของเตาจนเต็ม ไม้ที่นำไปเผาไม่ควรสด – แห้งจนเกินไป

7 ปิดฝาถัง จากนั้นนำอิฐบล๊อก มาวางไว้ด้านหน้าเตา บริเวณช่องที่เจาะไว้ และประสานรอยต่อโดยใช้ดินเหนียวกับขี้เถ้าแกลบ

ขั้นตอนการเผา
1 จุดไฟบริเวณหน้าเตา โดยค่อย ๆ ใส่เชื้อเพลิง ความร้อนจะกระจายเข้าสู่ตัวเตาเพื่อไล่อากาศเย็นและความชื้นที่อยู่ในเตา ในระยะแรกควันจะมีกลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นกลิ่นกรดที่อยู่ในไม้

2 ค่อย ๆ ใส่เชื้อเพลิงเข้าไปเรื่อย ๆ ควันสีขาวตรงปล่องควันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิบริเวณปากปล่องควันประมาณ 70 C อุณหภูมิภายในเตา 200 – 250 C ควันจะมีกลิ่นเหม็นฉุน (ช่วงนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง)

3 เมื่อเผาไปอีกระยะหนึ่ง ควันสีขาวจะเริ่มบางลงและเปลี่ยนเป็นสีเทา อุณหภูมิปากปล่องควัน 80 – 85 C อุณหภูมิภายในเตา 300 – 400 C ช่วงนี้จะต้องลดเชื้อเพลิงลง เนื่องจากเป็นช่วงที่สารที่อยู่ในเนื้อไม้ถูกขับออกมา สังเกตโดยบริเวณปากปล่องควัน จะมีสารสีดำที่เรียกว่ายางไม้ หรือ Tar ติดอยู่ ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่จะเริ่มเก็บน้ำควันไม้ได้ดีที่สุด (ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง)

4 จากนั้นควันจะเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีน้ำเงิน อุณหภูมิปากปล่องควันประมาณ 100 – 120 C อุณหภูมิภายในเตา 400 – 500 C (ช่วงนี้ใช้เวลา 2 – 3 ชั่วโมง)

5 ขั้นตอนต่อไป จะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นช่วงที่ไม้จะเปลี่ยนเป็นถ่าน ให้เฝ้าสังเกตดูควันที่ปล่องควันจะเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีฟ้า แสดงว่าฟืนภายในเตาเริ่มจะกลายเป็นถ่าน จากนั้นควันสีฟ้าจะอ่อนลง ยางไม้ที่เกาะอยู่บริเวณปล่องควันด้านในจะแห้ง อุณหภูมิภายในเตาจะสูงมาก ประมาณ 500 C

6 ในที่สุดควันสีฟ้าก็จะหมดไป และเปลี่ยนเป็นควันใส ซึ่งแสดงว่าไม้ที่อยู่ในเตาได้กลายเป็นถ่านไปหมดแล้ว ให้เริ่มทำการปิดหน้าเตาก่อน โดยใช้ดินเหนียวปิดรอยรั่ว รอยต่อ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ปิดปล่องควันให้สนิท ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเผาถ่าน

จากนั้นทิ้งไว้หนึ่งคืน หรือประมาณ 10 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย เพื่อให้ถ่านดับสนิท แล้วจึงเปิดเตาเพื่อเอาถ่านออก วางเรียงในที่โล่งแจ้งก่อนประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ถ่านกลับติดลุกเป็นไฟ แล้วจึงบรรจุใส่ภาชนะหรือกระสอบ