การเลือกใช้ สแลนกรองแสง สำหรับเกษตร

ควรเลือกแสลนบังแดดสีไหน ? สีของแสลนบังแดด ที่พบเห็นส่วนใหญ่นั้นจะมี สีเขียว, สีดำ และสีฟ้า จากที่เราก็เป็นลูกชาวสวนเหมือนกัน เราเคยถามปู่กับย่าว่าทำไมต้องใช้สแลนสีเขียว ย่าตอบมาง่าย ๆ ว่า สีเขียว มันเป็นสีต้นไม้เลยใช้สีนี้ ถ้าหากอธิบายตามแบบหลักการที่อ่านข้อมูลมาแล้วสรุปออกมาสั้น ๆ ล่ะก็ สแลนสีดำจะไม่ไปตัดทอนค่าความยาวคลื่นของแสงแดด เมื่อแสงลอดผ่านก็จะปรากฏเป็นแสงสีขาว ส่วนสแลนสีอื่นนั้นจะตัดทอนค่าความยาวคลื่นแสง เมื่อแสงลอดผ่านจะปรากฎเป็นสีเดียวกับสีของสแลน ดังนั้น เราคิดว่าเรื่องสีไม่ได้เป็นส่วนสำคัญมากนัก ส่วนสำคัญจริง ๆ คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเปอร์เซ็นต์การกรองแสงและการทอมากกว่า

ในช่วงอากาศร้อนแบบนี้ เรามาทำสแลนบังแดดให้กับต้นไม้น้อย ๆ ของเรากัน ตอนเด็กเราจำได้ว่าที่บ้านเรานั้นซื้อสแลนบังแดดมาเยอะมาก ด้วยความที่เป็นบ้านสวนด้วยมั้ง ซึ่งบ้านของเรามีหมดไม่ว่าจะเป็นสีเขียว สีดำ และสีฟ้า โดยส่วนใหญ่จะมีแต่สีเขียวมากกว่า ซึ่งบ้านเรานั้นใช้แต่ละสีแตกต่างกันออกไป สีเขียวใช้กับพืช สีฟ้าใช้กับบ่อปลา ส่วนสีดำนั้นเอาไว้ใช้คลุมบังแดดเครื่องมือเครื่องใช้เป็นส่วนใหญ่ ตรรกะการเลือกสีของบ้านเรานั้นไม่มีอะไรเลย พืช = สีเขียว น้ำ = สีฟ้า

ส่วนสีดำเวลามองจากที่มืดแล้วมันดูกลมกลืน การเลือกสีสแลนของบ้านเรามีประมาณนี้…ลองเอาไปเป็นแนวทางได้นะ อิอิ >< ส่วนใครที่กำลังมองหาที่บังแดดให้กับรถของคุณอยู่ล่ะก็ ลองมาทำโรงรถทรงโค้งหรือทรงสามเหลี่ยมราคาประหยัดจากสแลนบังแดดกันไหม เราขอแอบบอกว่าความสูงที่จะทำโรงรถนั้นควรอยู่ที่ประมาณ 3 เมตรนะ เพื่อจะได้เพิ่มประสิทธิภาพในการบังแดดได้ดีขึ้น นอกจากนี้เวลาขึงสแลนบังแดดนั้น ควรดึงให้ตึงเท่าที่จะตึงได้เท่านั้นพอ หากขึงไม่ตึงจะทำให้เกิดการอุ้มน้ำเวลาฝนตกได้

สแลนบังแดด คือ ?
สแลนบังแดด มีลักษณะเป็นผืน โดยสีส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นนั้นจะมีสีเขียว, สีดำ และสีฟ้า โดยมีคุณสมบัติในการกรองแสงพระอาทิตย์ ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรจะนำไปใช้ในการกรองแสงแดดในการเพาะปลูก เพื่อไม่ให้พืชนั้นได้รับแสงมากจนเกินไป นอกจากนั้นสแลนบังแดดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะทำเป็นหลังคากันแดดเพื่อสร้างเป็นโรงรถ ที่จอดรถสำหรับร้านค้า ใช้กับโรงเลี้ยงไก่ โรงเพาะเห็ด โรงเรือนปลูกผัก โรงเรือนไม้ดอกไม้ประดับต่าง ๆ สามารถนำไปทำเป็นรั้วล้อมรอบบ่อเลี้ยงปลา ฟาร์มกุ้ง และสถานที่ก่อสร้าง นอกจากนี้ประโยชน์ของสแลนบังแดดนั้นยังสามารถช่วยปกป้องใบของพืช จากเม็ดฝนที่ตกลงมาได้อีกด้วย

การเลือกเปอร์เซ็นต์ในการกรองแสงของสแลน ?
การเลือกเปอร์เซ็นต์ในการกรองแสงของสแลนนั้น จะแตกต่างกันไปตามการใช้งาน โดยปริมาณเปอร์เซ็นต์ของสแลนบังแดดนั้น แบ่งออกเป็น 50% 60% 70% และ 80% หากเราไปใช้ในการเกษตรนั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและช่วงอายุของพืชที่เราปลูก

ยกตัวอย่าง เมื่อเราอยู่ในช่วงเริ่มเพาะเมล็ดไปจนถึงต้นกล้านั้น ควรเลือกใช้ % ที่ 80% 70% ก่อนพอต้นกล้าเริ่มแข็งแรงพอที่จะย้ายลงแปลงเพาะปลูกได้แล้วนั้น จะต้องปรับ
เปอร์เซ็นต์ของสแลนบังแดดให้อยู่ที่ 60% หรือ 50% เพราะพืชในวัยนี้เริ่มต้องการแสงแดดเพิ่มมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว การเลือกเปอร์เซ็นต์ของสแลนบังแดดนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับชนิดของพืชอีกด้วย หากพืชชนิดนั้นไม่ชอบแสงแดดจัด ก็ควรที่เลือกเปอร์เซ็นต์ให้เหมาะสมแตกต่างกันไป

นอกจากเปอร์เซ็นต์ในการกรอกแสงแล้วนั้น ลักษณะการทอก็สำคัญ โดยส่วนใหญ่ที่เรามักจะพบเห็นนั้นจะมี การทอแบบ 1 เข็ม, 2 เข็ม และ 3 เข็ม เป็นส่วนใหญ่ ขอบอกว่ายิ่งเข็มเยอะความทนทาน ความเหนียวก็จะมายิ่งขึ้นตามไปด้วย

เนื่องด้วยในตลาดมี สแลน หรือ ตาข่ายกรองแสง จำหน่ายอยู่มากมายหลายสี หลายแบบ ทำให้บางคนเลือกใช้สแลนไม่ถูก ไม่รู้จะใช้แบบไหนดี หรือนำมาใช้แล้วประสิทธิภาพของกรองแสงที่ได้ไม่ตรงตามความต้องการใช้งานในการเลือกใช้งาน สแลนกรองแสง หรือ ตาข่ายกรองแสง ให้มีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการ นั้นต้องทำอย่างไร จึงทำให้มีหลายคนเกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วจะเลือกใช้สแลนแบบกรองแสงกี่เปอร์เซ็นต์ดี? หรือเลือกใช้สแลนสีไหนดี?

เช่นนั้นแล้ว Admin จึงมีเคล็ดลับในการเลือกใช้งาน สแลนกรองแสง หรือ ตาข่ายกรองแสง สำหรับงานเกษตร มาฝากครับหน้าที่ของสแลนนั้นคือการลดทอนความเข้มแสงให้บางเบาลงเพื่อไม่ให้พืชนั้นได้รับแสงมากจนเกินไป การเลือกเปอร์เซ็นต์ในการกรองแสงของสแลนก็จะขึ้นอยู่กับชนิดของพืช กับช่วงอายุของพืชที่เราปลูกครับ เช่น ในช่วงของการเพาะเมล็ด จนถึงช่วงอนุบาลกล้าก็ต้องใช้การกรองแสงมากหน่อยประมาณ 70% ถึง 80% ครับ และเมื่อต้นกล้ามีอายุมากขึ้น จนสามารถย้ายลงแปลงเพาะปลูกได้นั้น ปริมาณแสงที่ได้รับก็ต้องเพิ่มขึ้น เราอาจจะใช้กรองแสงแค่ประมาณ 50% ถึง 60% ก็เพียงพอต่อความต้องการของพืชแล้วล่ะครับ และหากว่าชนิดพืชที่ปลูกนั้น เป็นพืชจำพวกที่ไม่ชอบแสงจัด ต้องการร่มเงา อย่างเช่น กล้วยไม้ พืชกลุ่มนี้ไม่ต้องการแสงปริมาณมากๆ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องใช้กรองแสงในปริมาณที่สูงขึ้นซัก 80% กำลังดีครับ

หากต้องการใช้สแลนที่ปริมาณกรองแสงน้อยกว่า 50% นั้น หรือปริมาณกรองแสงที่ไม่มีขาย เราสามารถทำได้ง่ายๆครับ เช่น ต้องการปริมาณกรองแสงที่ 25% ก็ให้หาสแลนกรองแสงแบบ 50% มาสองผืน ขึงกางซ้อนกัน โดยให้เว้นระยะห่างระหว่างผืนซักประมาณ 1 ไม้บรรทัด (12 นิ้ว) ครับ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ปริมาณกรองแสงที่ใกล้เคียงกับ 25% แล้วล่ะครับ

และอีกเรื่องคือ สีของสแลน ที่มีทั้ง สีดำ และ สีเขียว แล้วเราควรจะใช้สีอะไรดีล่ะ? ทั้ง 2 สีนั้นมีความแตกต่างกันในเรื่องของสีกับแสงและความรู้สึกครับ กล่าวคือ สีดำจะไม่ไปตัดทอนค่าความยาวของคลื่นแสง แสงที่ลอดผ่านสแลนสีดำนั้น จะเป็นแสงขาวเหมือนที่เราเห็นทั่วไป แต่สแลนสีอื่นจะสะท้อนตัดทอนค่าความยาวของคลื่นแสงที่เป็นสีเดียวกับสีของสแลนนั้นออกไป และพืชก็ต้องการแสงสีน้ำเงินและแดงเป็นหลัก ซึ่งรวมอยู่ในแสงขาวอยู่แล้ว ถ้าแสงสีเหล่านี้ถูกตัดทอนออกไปก็จะมีผลต่อการสังเคราะห์แสง จนถึงการเจริญเติบโตของพืชครับ ส่วนสแลนสีเขียวนั้นเราจะเห็นคนเลือกใช้กันเยอะมากกว่าสีดำ นั่นก็เพราะว่า ประเด็นหนึ่งเลยคือแสลนสีดำเก็บความร้อนดีกว่าสีเขียว ตามคุณสมบัติของสีดำ ซึ่งส่งผลให้ในระยะยาวแสลนสีดำนั้นจะพุพังเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าสีเขียวนั่นเองครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แต่ทั้งนี้ข้อมูลการเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับความแตกต่างของสีสแลนนั้น ก็ยังไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญมากเท่าไรนัก อยู่ที่ตัวผู้ใช้เองกับความรู้สึกที่มีต่อสีซะมากกว่านอกจากนี้ประโยชน์ของ สแลน หรือ ตาข่ายกรองแสง ยังช่วยในเรื่องของการลดความแรงตกกระทบของเม็ดฝนที่อาจจะทำให้ใบของพืชช้ำได้ และเวลาขึงสแลนควรจะขึงให้มันตึงที่สุดเท่าที่จะตึงได้ เพราะว่าการขึงให้ตึงนั้นมันจะช่วยป้องกันการกระพือได้ อีกอย่างคือลดการอุ้มน้ำ (น้ำขัง) เวลาเจอฝนตกได้ครับ

ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นเกษตรกร คุณสงบ หรือ อาจารย์สงบ เพียรทำดี เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร แต่อาจารย์มีความเชี่ยวชาญด้านสัตวบาล การทำการเกษตรจึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาใหม่เช่นกัน จากแรกที่อาจารย์ทดลองปลูกที่บ้านเพียงไร่เศษ ๆ ขยายเพิ่มมาเป็น 7 ไร่ จนถึง 47 ไร่ในที่สุด และที่ดีไปกว่านั้น ผักที่อาจารย์ปลูกมีผู้มารับซื้อทั้งหมด จนบางครั้งถึงขั้นไม่พอขายเลยทีเดียว

การพรางแสงของอาจารย์สงบนั้น ใช้สแลน หน้าที่ของสแลนคือการลดทอนความเข้มแสงให้บางเบาลงเพื่อไม่ให้พืชได้รับแสงมากจนเกินไป การเลือกเปอร์เซ็นต์ในการกรองแสงของสแลนก็จะขึ้นอยู่กับชนิดของพืช กับช่วงอายุของพืชที่เราปลูก เช่น ในช่วงของการเพาะเมล็ด จนถึงช่วงอนุบาลกล้าก็ต้องใช้การกรองแสงมากหน่อยประมาณ 70% ถึง 80% เมื่อต้นกล้ามีอายุมากขึ้น จนสามารถย้ายลงแปลงเพาะปลูกได้นั้น ปริมาณแสงที่ได้รับก็ต้องเพิ่มขึ้น อาจจะใช้กรองแสงแค่ประมาณ 50% ถึง 60% ก็เพียงพอต่อความต้องการของพืช และหากว่าชนิดพืชที่ปลูกนั้น เป็นพืชจำพวกที่ไม่ชอบแสงจัด ต้องการร่มเงา เช่น กล้วยไม้ พืชกลุ่มนี้ไม่ต้องการแสงปริมาณมาก ๆ เพราะฉะนั้นก็ต้องใช้กรองแสงในปริมาณที่สูงขึ้นซัก 80% กำลังดี

การพรางแสงของอาจารย์สงบนั้น อาจารย์ใช้แสลนคุม เพื่อช่วยด้านต่างๆ ดังนี้
-เวลาเราย้ายกล้าในถาดเอาลงไปปลูก ถ้าเราช่วยพรางแสงให้เขาสักวันสองวันเขาจะฟื้นตัวไว
-ถ้าฝนมาแรง และผักของเราที่ใบใหญ่ ๆ บางทีฝนมา ลมมา มันก็ช้ำ ใบสะดุด ใบทะลุ แสลนจะเป็นตัวช่วยลดแรงดัน ความเสียหายก็จะน้อยลง เพราะฉะนั้นตรงนี้เราจะเห็นว่าในเกษตรกรทั่วไป เวลาพายุเข้า มรสุมเข้าสักวันสองวันนี่ อีกห้าหกวันราคาผักจะขึ้นเลย เพราะเกษตรกรบ้านเราเค้าไม่สามารถจะลงทุนเรื่องนี้ได้ เพราะฉะนั้นผักสดที่จะตัดได้วันรุ่งขึ้นเสียหายหมด ตัวอย่างที่เห็นชัด ๆ เลย คือผักกาดหอมนั้นเสียหายง่าย ใบบาง เพราะฉะนั้นแสลนจะช่วยได้เยอะ อีกชนิดคือผักสลัด ถ้าเขาโดนแสงเยอะ ๆ เขาจะขม โดยเฉพาะหน้าร้อนนี่เขาจะขม เราต้องพรางแสงให้เขานิดหนึ่ง ถามว่าขมไหมมันก็ขมแต่ขมน้อยกว่า แต่สีมันจะไม่สวย สีมันจะไม่จัดจ้าน แต่ถ้าแดดจัดสีของเขาอย่างผักสีแดงมันจะเข้มมาก แต่ถ้าเค้าโดนแดดน้อยลง สีเค้าจะไม่ค่อยจัดจ้าน ส่วนลำต้นเขาจะวิ่งหาแสง ส่วนหน้าหนาว ผักจะรัดแน่น มีผลตอนขาย ในขณะที่ผักน้ำหนักเท่ากัน แต่ด้วยความที่ผักรัดแน่น ทำให้ดูขนาดเล็ก ถ้าเทียบกับอีกอันดูใหญ่ ใบแผ่ ผู้รับซื้อจะดูว่าไม่แพง ได้เยอะ น่าซื้อกว่า เพราะฉะนั้นต้องดูแลเขาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแสง เรื่องน้ำ เรื่องสารอาหาร เรื่องอะไรต่าง ๆ พวกนี้ คนปลูกต้องดูแล

ในช่วงที่เริ่มปลูกใหม่ ให้ใช้ซาแรนสีดำ 60 เปอร์เซ็นต์ช่วยพรางแสง ผักที่เกิดใหม่จะเสียหายน้อยลง คลุมให้พอตั้งตัวได้ก็เริ่มเปิด วิธีเปิด ให้เปิดวันเว้นวัน ไม่ใช่เปิดหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณแหล่งอ้างอิงข้อมูล : นายสงบ เพียรทำดี บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 13 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี 18180

คำถามที่พบเกี่ยวกับการใช้งาน สแลนกรองแสง สแลนกันแดด

1 หากต้องการใช้สแลนที่มี % ในการกรองแสงอย่างเช่น 25% จะต้องทำอย่างไร ?
ตอบ: หากว่าบางคนต้องการใช้สแลนปริมาณกรองแสงที่น้อยกว่า 50% นั้น สามารถทำได้ง่ายๆ ครับ เช่น เพื่อนๆต้องการปริมาณกรองแสงที่ 25% ก็ให้หาสแลนกรองแสงแบบ 50% มาสองผืน ขึงกางซ้อนกัน โดยให้เว้นระยะห่างระหว่างผืนซักประมาณ 1 ไม้บรรทัด (12 นิ้ว) ครับ เพียงเท่านี้เพื่อนๆก็จะได้ปริมาณกรองแสงที่ใกล้เคียงกับ 25% แล้วล่ะครับ

2 ในการติดตั้งสแลนกรองแสง ควรติดตั้งที่ความสูงจากพื้นดินเท่าไรดี ?
ตอบ: ความสูงจากจุดที่ติดตั้งสแลนกรองแสงนั้น ก็มีส่วนสำคัญมากครับ โดยส่วนมากจะนิยมติดตั้งกันที่ความสูง 3 เมตร จากพื้นดินครับ

3 เวลาขึงสแลนควรทำให้ตึงหรือหย่อนดี ?
ตอบ: แนะนำว่าควรจะขึงให้มันตึงที่สุดเท่าที่จะตึงได้ดีกว่าครับ เพราะว่าการขึงให้ตึงนั้นมันจะช่วยป้องกันการกระพือได้ อีกอย่างคือลดการอุ้มน้ำ(น้ำขัง) เวลาเจอฝนตกได้ครับ

4 ลักษณะโครงสร้างในการทำหลังคาด้วยสแลน ควรจะเป็นแบบไหน ?
ตอบ: ต่อมาคือการทำโครงสร้างหลังคาให้เหมาะกับสแลน ควรจะทำเป็นทรงโค้ง หรือสามเหลี่ยม(จั่ว) จะดีมากครับ แล้วขึงสแลนให้ตึงสุด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและความคงทนให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

5 แล้วสีของสแลนกรองแสงล่ะควรใช้สีอะไรดี ?
ตอบ: สีอะไรก็ได้ครับ ดูที่ความทนทาน และ % กรองแสงก็พอครับ (โดยส่วนมากทั่วไปจะคิดกันว่าสีดำดีสุด)
นอกจากนี้ ถ้าหากท่านไหนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานสแลนกรองแสง สามารถ Comment ถามเราได้ที่กล่องแสดงความคิดเห็น ด้านล่างได้เลยครับ