ปากีสถาน จ้างคนตกงาน “ปลูกต้นไม้” แก้ปัญหาโลกร้อน-สู้โควิด

เรียกได้ว่าสร้างความน่าชื่นชมให้กับผู้ใช้งาน Social ในประเทศไทยอย่างเป็นจำนวนมากสำหรับประเทศปากีสถาน  ช่วยคนตกงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 เพื่อมาปลูกต้นไม้ในโครงการ ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นสู่โลกร้อนของประเทศ  การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของวงจรอาหารของมนุษย์ อุณหภูมิที่เพิ่มกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์

ตั้งแต่ประเทศปากีสถานใช้มาตรการล็อคดาวน์ ประชาชนนับล้านคนต่างต้องตกงานและได้รับผลกระทบต่างต่างอย่างมากมาย อย่างเช่นแรงงานก่อสร้างรายหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้มาตรการน็อคดาวน์ครั้งนี้

เขาก็มีทางเลือกไม่มากนักถ้าไม่ไปขอเงินตามข้างถนนเขาก็ต้องปล่อยให้ครอบครัวของตัวเองหิว ทางรัฐบาลไม่รีรอมีข้อเสนอที่ดีกว่าด้วยการ ให้ประชาชน มาปลูกต้นไม้ร่วมกับแรงงานอื่นๆที่ไม่มีงานทำเพื่อช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน

โดยได้ค่าตอบแทนเป็นวันละ 3 เหรียญสหรัฐซึ่งแม้ว่าค่าตอบแทนนี้ จะไม่ได้มีมูลค่ามากมายแต่มันก็เพียงพอที่จะใช้ประทังชีวิตในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิดเช่นนี้

แรงงานคนดังกล่าวและแรงงานอื่นๆหน้าที่ต้องทำ มีตั้งแต่เพาะชำต้นไม้  นำต้นกล้าไปปลูกปลูก  และดูแลพื้นป่าและเฝ้าระวังไฟป่าที่อาจจะเกิดขึ้น ค่าแรงจะอยู่ราวๆ 7 ถึง 50 เหรียญสหรัฐแล้วแต่ลักษณะของงาน ในวันนั้น

ซึ่งแรงงานทุกคนจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตรอย่างไรก็ตามรัฐบาลปากีสถานได้จ้างแรงงานที่ตกงาน เพิ่มเป็นจำนวน 63600 ตำแหน่งเพื่อมาปลูกป่าให้สอดคล้องกับโครงการ ปลูกต้นไม้ 10,000 ล้านต้น ของปากีสถาน

ซึ่งแผนการกระตุ้นสีเขียวนี้ ได้ช่วยให้เศรษฐกิจและหลายครอบครัวสามารถดำเนินต่อไปได้ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่หลาย ๆ อย่างถูกปิดตัวลง อีกทั้งยังช่วยให้ประเทศเตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย

ทั้งนี้โครงการปลูกต้นไม้10,000 ล้านต้น ได้เริ่มตั้งแต่ปี 2018 เพื่อสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อน ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นน้ำท่วมและความแห้งแล้ง ด้วยเหตุนี้นักสิ่งแวดล้อมจึงได้ผลักดันให้มีการปลูกป่า เพื่อป้องกันน้ำท่วมสร้างความร่มเย็นดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมา

ข้อมูลจาก WWF ระบุว่าปากีสถานเป็นประเทศที่มีระดับป่าเหลือเพียง 6% เท่านั้นจากพื้นที่ทั้งหมด ในทุก ๆ ปี พื้นที่ป่าหลายพันไร่ต้องถูกทำลายไปจากการทำฟาร์มขนาดย่อม ๆ

ในปีนี้รัฐบาลปากีสถานหวังว่าจะมีการปลูกต้นไม้เพิ่ม 50 ล้านต้น ปกติโครงการปลูกต้นไม้จะมีถึงแค่ปลายเดือนพฤษภาคมแต่ทางโครงการวางแผนที่จะขยายระยะเวลาออกไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน 2563 เพื่อให้แรงงานปลูกต้นไม้ได้มีงานทำ

อย่างไรก็ตามเขาเตือนว่า การปลูกต้นไม้เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้นที่จะช่วยให้เราต่อสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้ได้ เรายังต้องลงทุนเพื่อพัฒนาทั้งเกษตรกรและชาวเมืองต่าง ๆ ให้มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับผลกระทบจากโลกที่ร้อนขึ้นได้