“กลับบ้านนอก” มาทำเกษตรเลี้ยงชีพ เพราะโควิด มาดูผักที่ปลูกง่าย ขายเร็วกัน

ในช่วงนี้ใครหลายๆคนอาจจะต้องเจอกับภาวะวิกฤต โควิดละบาด ทำให้เราต้องตกงาน ต้องเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อไปหางานทำ ไปทำเกษตรกรรม หลายคนอาจจะอยู่บ้านว่างๆ วันนี้เราเลยอยากจะมาแนะนำพืชผักที่ปลูกง่าย ขายเร็ว ให้เพื่อนๆทดลองปลูกไว้กิน ปลูกไว้ขาย มีรายได้เสริมกันค่ะ

อันดับ 1 ถั่วงอกหัวโตเกาหลี

พืชที่ปลูกง่ายมาก ใช้เวลาเพียง 3-4 วัน ราคาขายในห้าง 200 กรัมราคา 50 บาท กิโลกรัมละ 200 บาท หลักการเบื้องต้นของการเพาะถั่ว ก็คือ การแช่น้ำให้เมล็ดถั่วเริ่มบาน จากนั้นจึงนำเมล็ดขึ้นจากน้ำ ไปเก็บไว้ในที่มืด สะอาด และมีอากาศถ่ายเท โดยเฉพาะสำหรับถั่วเหลืองนั้นชอบอากาศเย็น จากนั้นก็คอยรักษาความชุ่มชื้นให้กับเมล็ดถั่วอย่างสม่ำเสมอ เท่านี้เองค่ะ

ส่วนความยาก อยู่ตรงที่เมล็ดถั่วเหลืองเป็นพวกหัวร้อน ไม่ใช่พืชหัว หมายถึงตัวมันนั้นเกิดความร้อนและเน่าได้ง่าย น่าจะมาจากการที่มีน้ำมันสะสมอยู่มากนั่นเอง ดังนั้นการเพาะถั่วเหลืองจึงต้องมีความใส่ใจเป็นพิเศษ แต่ก็เพราะความเอาใจยากนี่เอง ที่ทำให้ถั่วเหลืองนั้นมีชื่อเรียกว่า ราชินีแห่งถั่ว (ที่มา: เพจ YELLOWhello)

อันดับ 2. ผักบุ้งจีน

พืชที่ใช้ระยะเวลาการปลูกเพียง 20-25 วัน ราคาขาย 10-25 บาท ต่อกิโลกรัม การปลูกผักบุ้งจีน มีวิธีการปลูก 2 แบบ คือ แบบหว่าน และ แบบหยอด

วิธีการปลูกผักบุ้งจีน

1. นำเมล็ดมาแช่น้ำ ประมาณ48ชั่วโมง

2. ไถดินเตรียมก่อนปลูกเพื่อตากแดดประมาณ 15-30วัน

3. ไถพรวณดินอีกรอบนึง และขึ้นแปลงปลูก

4. ใส่ปุ๋ยลงไปในแปลงดินและคลุกเคล้าปุ๋ยกับดินให้เข้ากัน

5. พรวนหญ้าดินให้เรียบเสมอกัน ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ เพราะจะทำให้ผักบุ้งจีนเติบโตไม่เท่ากัน ส่วน การรดน้ำ ผักบุ้งจีนเป็นผักที่ต้องการน้ำมากและสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรมากเกินไปจนน้ำขังเพราะจะทำให้รากผักบุ้งจีนเน่าและไม่เจริญเติบโต ควรรดน้ำทุกวัน วันละ1-2ครั้ง

อันดับ 3 เห็ดนางฟ้า

การเพาะเห็ดนางฟ้า ใช้ระยะเวลาเพียง 7-15 วัน ราคาขาย 40-50 บาท ต่อกิโลกรัม ขั้นตอน และวิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า สำหรับเห็ดนางฟ้าจะใช้โรงเรือนที่วางเป็นรูปตัวเอ และควรมีอากาศถ่ายเทดีพอสมควร มีแสงตามความต้องการของเห็ด จะสังเกตได้คือ เมื่อเดินทางเข้าในโรงเห็ดแล้วควรจะหายใจสะดวก ไม่อับชื้นหรือร้อนเกินไป ส่วน การจัดวางก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าในโรงเรือน

โรงเรือนนี้ภายในทำเป็นแผงสำหรับวางก้อนเชื้อ ทำช่องระบายอากาศขนาด 40 x 60 เซนติเมตร จำนวน 1– 2 ช่อง สำหรับระบายอากาศด้วยการวางถุงก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าจะวางในแนวนอน โดยวางซ้อนกันบนแผงรูปตัวเอ ประมาณ 3 – 5 ก้อน หรือวางซ้อนกันบนพื้นโรงเรือน ดอกเห็ดจะโผล่ออกมาทางปากถุง สำหรับอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้า คือ ประมาณ 24- 26 องศาเซลเซียส

ส่วนแสง เห็ดทุกชนิดไม่สามารถปรุงอาหารเองได้ ต้องอาศัยอาหารจากพืชต่างๆ ดังนั้น แสงจึงไม่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเห็ด โดยเฉพาะในระยะที่เส้นใยกำลังลามทั่วก้อนหากมีแสงสว่างมากจะทำ ให้เส้นใยเจริญเติบโตช้าลง ฉะนั้นในระยะของการบ่มก้อนเชื้อเพื่อเลี้ยงเส้นใย ควรทำในโรงเรือนที่มีแสงสว่างน้อยที่สุด ในส่วนของ ความสะอาดเมื่อเปิดปากถุง

และนำก้อนเชื้อไปวางบนชั้นในโรงเพาะแล้ว สิ่งที่ต้องเอาใจใส่ระมัดระวังมากที่สุด คือ ความสะอาด โรงเรือนที่ไม่สะอาดจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ที่เป็นผลเสียต่อเห็ดได้ เช่นโรงเรือนที่มีโรค และแมลงศัตรูเห็ด แล้วระบาดทำ ให้ก้อนเชื้อ และดอกเห็ดเสียหายหมดทั้งโรงเรือน

อันดับ 4 ต้นหอม

ใช้ระยะเวลาการปลูก 30-35 วัน ราคาขายกิโลกรัมละ 60-100 บาท วิธีการปลูก ต้นหอม 1.เตรียมดินด้วยการพรวนดินให้ร่วน ทุบเปลือกถั่วลิสงให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ 2. นำเปลือกถั่วลิสงผสมกับดิน แล้วตักดินใส่กระถางโดยไม่ต้องกดดินให้แน่น 3. ใช้มีดตัดต้นหอมเหนือราก 1.5-2 นิ้ว แล้วปักชำลงดิน

โดยเว้นระยะห่างแต่ละต้น 2 นิ้วพร้อมกับรดน้ำพอให้ชุ่ม 4. ถ้าปลูกด้วยเมล็ดให้โรยเมล็ดลงหน้าดินได้เลย ประมาณ 4-5 เมล็ดต่อกระถางก็พอ เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นและรากของต้นหอมติดกันเกินไปเมื่อโตขึ้น ดูแลด้วยการรดน้ำเช้า-เย็นตามปกติ แต่พอมีใบสีเขียวแล้วให้ลดจำนวนครั้งลงเหลือ 1 ครั้งต่อวัน

อันดับ 5 ผักกวางตุ้ง

ระยะเวลาในการปลูก 30-35 วัน ราคาขาย 15-40 บาท ต่อกิโลกรัม การปลูกกวางตุ้ง 2 วิธีด้วยกัน คือ

1. การปลูกแบบหว่านแมล็ดโดยตรง วิธีนี้นิยมใช้ในการปลูกแปลงที่ยกร่อง มีร่องน้ำกว้าง และพื้นที่ควรมีการเตรียมอย่างดี และเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเมล็ดพันธุ์ผักกาดเขียวกวางตุ้งมีขนาดเล็กมาก ดังนั้นก่อนหว่านควรผสมกับทรายเสียก่อน โดยใช้เมล็ดพันธุ์ 1 ส่วนผสมกับทรายสะอาด 3 ส่วน

แล้วหว่านให้กระจายทั่วแปลงสม่ำเสมอแล้วหว่านกลบด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหนา ประมาณ 1/2-1 เซนติเมตร หลังจากนั้นคลุมด้วยฟางข้าวบางๆ เพื่อช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นในดิน เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่มหลังจากงอกได้ประมาณ 20 วัน ควรทำการถอนและจัดให้มีระยะระหว่างต้น 20-25 เซนติเมตร

2. การปลูกแบบโรยเมล็ดเป็นแถว การปลูกวิธีนี้หลังจากเตรียมดินแล้วจึงทำร่องลึกประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ให้เป็นแถวโดยให้ระยะระหว่างแถวห่างกัน 20-25 เซนติเมตร นำเมล็ดพันธุ์ผสมกับทราย แล้วทำการโรยหรือหยอดเมล็ดเป็นแถวตามร่อง แล้วกลบด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักบางๆ คลุมด้วยฟางข้าวบางๆ รดน้ำให้ชุ่มด้วยสม่ำเสมอ หลังจากปลูกได้ประมาณ 20 วัน หรือต้นกล้ามีใ บ 4-5 ใบ

จึงทำการถอนแยกในแถว โดยพยายามจัดระยะระหว่างต้นให้ห่างกันประมาณ 20-25 เซนติเมตร ให้เหลือหลุมละ 1 ต้น การดูแลรักษา เนื่องจากผักกาดเขียวกวางตุ้งเป็นผักที่ต้องการน้ำมาก และมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเกษตรกรจะต้องให้น้ำอย่างพึงพอและสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง โดยใช้ระบบพ่นฝอยหรือใช้สายยางติดหัวฝักบัว อย่าให้ผักกาดเขียวกวางตุ้งขาดน้ำในระยะการเจริญเติบโต เพราะจะทำให้ผักกาดเขียวกวางตุ้งชะงักการเจริญเติบโตได้

อันดับ 6 ผักคะน้า

ระยะเวลาในการปลูก 35-60 วัน ราคาขายกิโลกรัมละ 15-60 บาท วิธีการปลูกผักคะน้า การเตรียมดิน แปลงปลูกอาจเตรียมแบบยกร่องจีน มีคูน้ำล้อมรอบแบบยกร่องธรรมดา หรือปลูกในแปลงนา โดยการไถพรวนแล้วโรยเมล็ดผักคะน้าเป็นแถว ดินที่ปลูกผักคะน้า ควรเป็นดินร่วนปนทราย หรือดินที่ผสมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักคลุกเคล้ากัน

วิธีการปลูกนำเมล็ดที่เตรียมไว้มาหว่านลงบนแปลงปลูกที่เตรียมไว้ กลบด้วยดินละเอียดบางๆ และรดน้ำให้ทั่วแปลง แล้วคลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้งเพื่อป้องกันต้นอ่อนจากแสงแดด และรักษาความชื้นของผิวดิน หรือจะปลูกโดยใช้วิธีโรยเป็นแถวบนแปลงปลูก การให้น้ำ ผักคะน้าเป็นผักที่ต้องการน้ำมาก แต่ไม่ชอบน้ำขัง ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ถ้ามีวัชพืชขึ้นในระยะแรกควรกำจัดโดยเร็ว เพราะวัชพืช เป็นตัวแย่งน้ำและธาตุอาหารของผักคะน้า

อันดับ 7 ผักกาดหอม

ระยะเวลาการปลูก 40-45 วัน ราคากิโลกรัมละ 50-60 บาท วิธีการปลูกผักกาดหอม

1. การเตรียมดิน การปลูกผักกาดหอมหรือผักสลัด สามารถปลูกได้หลายแบบ นิยมปลูกในถุงดินก็ได้ หรือ ปลูกในถาดหลุมก็ได้แล้วแต่จะสะดวก จากนั้นนำดิน ปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าว ผสมกันในอัตรา1:1 จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ในที่ร่มเป็นเวลา 7 วัน

2. นำปุ๋ยที่ผสมแล้วมาใส่ในดินหรือถาดหลุม ให้เต็มแล้วใช้ไม้จิ้มลงกลางหลุมแล้วหยอดเมล็ด ผักกาดหอมลงไป1–2เมล็ด แล้วกลบด้วยดินหรือวัสดุบางๆ จากนั้นรดน้ำแล้วนำไปไว้ในที่ร่มรำไร

3. การรดน้ำ ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ2ครั้ง เช้าและเย็น

4. เมล็ดผักกาดหอมจะงอกหลังจากหยอดเมล็ดประมาณ 3–5วัน 5. เมื่อครบ7วัน หรือมีใบ3–5ใบ จากนั้นนำถุงดินไปวางที่แดด เพราะผักกาดหอมเป็นพืชที่ชอบแดด

อันดับ 8 ผักชี ระยะเวลาในการปลูก 40-60 วัน

ราคากิโลกรัมละ 100-200 บาท วิธีการปลูกผักชี

1.การเลือกเมล็ดพันธุ์ผักชี แนะนำ เมล็ดผักชีพันธุ์สิงคโปร์และเมล็ดผักชีไต้หวัน

2.การเตรียมดินเพื่อปลูกผักชี สำหรับท่านที่ต้องการปลูกในแปลงดินควรขุดดินหรือพรวนดินขึ้นมาตากแดดไว้ก่อนสัก5-7วัน แล้วทำการพรวนดินซ้ำอีกทีนึงเพื่อให้ดินมีความร่วนและทำการผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยสดคลุกเคล้ากับแปลงดิน

3. เมื่อได้เมล็ดพันธุ์ผักชีมาแล้ว ให้ทำการบดเมล็ดผักชีให้แตกออกเป็น2ส่วนก่อน(สำคัญมาก) แล้วจึงนำไปแช่น้ำ 1-3วัน (แนะนำ การแช่น้ำควรนำผ้ามาห่อไว้ แล้วหาอะไรกดทับให้มิดจมน้ำไปเลย) การบดเมล็ดผักชีจะทำให้ผักชีเจริญเติบโตง่ายและเร็วขึ้น ที่สำคัญเมล็ดพันธุ์ผักชีที่จะนำมาปลูกควรเป็นเมล็ดพันธุ์ผักชีที่ใหม่เพราะเมล็ดพันธุ์ผักชีเก่าที่เป็นราปลูกยังไงก็ไม่ขึ้น

4. เมื่อแช่เมล็ดพันธุ์ผักชีแล้ว นำไปผึ่งลม เมื่อเมล็ดพันธุ์ผักชีเริ่มงอกก็นำไปหว่าน

5. ก่อนการนำเมล็ดพันธุ์ผักไปหว่านควรรถน้ำให้ซุ่มแปลงดิน แล้วจึงนำเมล็ดพันธุ์ผักไปหว่าน และคลุมด้วยฟางข้าวบางๆ เพื่อป้องกันต้นอ่อนจากแสงแดดและรักษาความซุ่มซื้นของแปลงดิน

6. การรดน้ำและการกำจัดวัชพืช ผักชีเป็นผักที่ต้องการน้ำมาก ดังนั้นควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอวันละ2ครั้ง แต่อย่ารถน้ำมากเกินไป เพราะผักชีไม่ชอบน้ำที่ขัง จะทำให้ผักชีเน่าง่าย ส่วนการกำจัดวัชพืชควรกำจัดอย่างทันที โดยใช้มือถอนได้เลย เพราะวัชพืชจะเป็นตัวแย่งน้ำจากผักชีทำให้ผักไปไม่เจริบเติบโต

7. การใส่ปุ๋ยให้ผักชีหลังจากแตกใบแล้วแนะนำให้ใส่ปุ๋ยหมัก