ทุนน้อยยังไงก็สู้! ครูอัตราจ้าง ปั่นจักรยานขายไส้กรอกอีสาน หารายได้ช่วงโควิด

สวัสดีค่า ลูกเพจทุกท่าน วันนี้ เพจปลูกผักน้ำนิ่งของเราจะพาไปรู้จักโพสในกลุ่ม ku จะฝากร้าน ซึ่งกำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ค่ะ เป็นโพสหนึ่งโพสต์ ที่ถูกส่งต่อกันมาจากกลุ่ม KU จะฝากร้าน ของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือเรื่องราวของ คุณอ๊อฟ-ธีรดา แก้วมณี วัย 34 ปี คุณครูอัตราจ้างที่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างอาชีพใหม่ขายไส้กรอกอีสานบนรถจักรยานพ่วงข้าง เป็นรายได้ช่วงโควิด-19

คุณอ๊อฟ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนเองเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านชะอำ สอนวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา รวมทั้งเป็นครูสอนพิเศษว่ายน้ำที่สระน้ำเทศบาลชะอำ และสระชมคลื่น แต่ช่วงนี้เกิดวิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้โรงเรียนต้องปิดชั่วคราว ไม่มีการเรียนการสอน อีกทั้งต้องหยุดสอนพิเศษว่ายน้ำ รายได้ที่เคยได้จึงหายไป ช่วงนี้จึงต้องหารายได้เสริมขายไส้กรอกอีสาน บนรถจักรยานพ่วงข้างไปก่อน

“พี่เป็นคนชอบกินไส้กรอกอีสาน เลยคิดทำร้านไส้กรอกเล็กๆ กะทัดรัด ไม่ต้องไปหาที่จอดให้ยุ่งยาก เพราะอุปกรณ์มีไม่มาก แค่เตาย่าง ที่แขวนไส้กรอก และพื้นที่ใส่ขิง พริก และผักอีกนิดหน่อย หาร้านไส้กรอกคุณภาพดีมาขายคนน่าจะชอบ อาชีพนี้ทำง่ายที่สุดแล้ว จริงๆ คิดไว้นานก่อนมีโควิดว่าจะทำเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงาน แต่สถานการณ์เป็นแบบนี้เราจึงต้องปรับตัว เพื่อให้มีรายได้”

คุณอ๊อฟ เล่าถึงไอเดีย ถึงแม้จะมีไอเดียแล้ว แต่การจะทำร้านต้องมีต้นทุน ซึ่งตัวครูอ๊อฟเองแทบไม่มีทุน เรียกได้ว่าติดลบตั้งแต่เริ่มต้น “พี่เป็นเด็ก ม.เกษตร อย่างที่ทราบกันดีว่าเด็ก ม.นี้ส่วนใหญ่จะขึ้นรถตะไล หรือไม่ก็ขี่จักรยานเป็นของคู่กัน เลยได้ไอเดียนำรถจักรยานมาออกแบบเป็นรถขายไส้กรอก เพราะเห็นว่าถ้าเอามอเตอร์ไซค์คันใหญ่มาต่อพ่วงข้างคงเทอะทะ

แต่ช่วงนี้พี่ติดลบ เลยไปยืมเงินจากผู้มีพระคุณมาเป็นทุน เริ่มจากหาซื้อรถจักรยาน บอกร้านว่าเราทุนน้อยเลยได้มาในราคาถูก ส่วนต่อพ่วงข้างพี่คิดแปลนไว้แล้วว่าจะทำยังไง ซื้อเหล็กมาหนึ่งเส้น ได้พ่อแฟนที่รับเหมาก่อสร้างมาช่วยต่อให้ ไม้ก็เก็บจากที่พ่อแฟนทำเหลือไว้มาใช้ต่อ ลูกค้าเห็นแล้วชอบเพราะรถดูกะทัดรัด”

ก่อนเล่าต่อว่า ใช้รถจักรยานมีข้อดีไม่เสียค่าน้ำมัน อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง “พี่ตรวจพบว่าเป็นโรคเบาหวานเมื่อปีที่แล้ว บวกกับทำงานหนักไม่ได้ออกกำลังกาย พอได้มาขายไส้กรอก ต้องปั่นรถจักรยานทุกวันรู้สึกว่าสภาพร่างกายดีขึ้น

วันไหนมีออร์เดอร์จะย่างแล้วขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งตามบ้านก่อน แล้วค่อยกลับมาเอารถจักรยาน เวลาออกไม่ตายตัว แต่ละวันจะบรรทุกไส้กรอก 10 กิโลไปตั้งขายหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาชะอำ แล้วปั่นไปขายที่สำนักงานเทศบาลชะอำ จากนั้นช่วงเย็นจะปั่นเข้าตลาดชะอำ ถ้าขายไม่หมดจริงๆ จะปั่นไปขายตามหมู่บ้านต่อ แต่ต้องดูอากาศด้วย เพราะมีโรคประจำตัว”

ปัจจุบัน คุณอ๊อฟปั่นรถจักรยานขายไส้กรอกอีสานมาได้ 1 เดือน และในช่วงที่ผ่านมา คุณอ๊อฟได้เข้าไปฝากร้านไว้ในกลุ่ม KU จะฝากร้าน ด้วยหวังว่าพี่ๆ น้องๆ ร่วมสถาบันที่อยู่แถวหัวหินจะแวะมาอุดหนุนกัน ซึ่งโพสต์ของคุณอ๊อฟได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก

ในส่วนของราคาบอกได้เลยว่าไม่แพง ขาย 3 ลูก 20 บาท รายได้ต่อวันถ้าลงไส้กรอก 10 กิโล จะได้ประมาณ 2,000 บาท โดยแต่ละวันจะสลับเครื่องเคียงกัน วันนี้มีพริก พรุ่งนี้มีขิง “เวลาออกขายก็ใส่แมสก์ พกเจลแอลกอฮอล์ ป้องกันตัวเองตลอด คอยระวังอยู่เสมอเพราะต่างคนต่างกลัว แต่ยังไงก็ต้องออกหากิน

ตั้งแต่ขายมาถือว่าดีเลย พี่เป็นคนหยุดนิ่งไม่ได้ ว่างเมื่อไหร่ต้องหางานทำ เป็นแบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว มาขายไส้กรอกอีสานเหมือนกับเราได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีพระคุณ พี่ที่มหาวิทยาลัยภาควิชาพลศึกษา ทุกคนมาร่วมกันช่วย ทุกวันนี้ยังหวังว่าวิกฤตจะดีขึ้นเรื่อยๆ” คุณอ๊อฟทิ้งท้าย

ถ้าใครอยู่แถวๆหัวหินก็ไปอุดหนุนคุณอ๊อฟกันเยอะๆนะคะ ช่วงนี้เกิดวิกฤตเศรษกิจแบบนี้ แอดมินขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสู้ๆนะคะ