ประกันสังคมช่วยลูกจ้าง บอกเงื่อนไขง่ายมาก

ลูกจ้างเฮ ประกันสังคมจ่อจ่าย 5000 ถึง 9300 เงื่อนไขตามนี้ สืบเนื่องจากผลกระทบ ทำให้แรงงานไทยทั้งในระบบประกันสังคมและนอกระบบทั้งที่มีและไม่มีนายจ้าง ขาดรายได้ ซึ่งแรงงานนอกระบบ รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้

และเริ่มจ่ายบางส่วนแล้ว ทั้งนี้ ทางด้าน นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวสำนักงานประกันสังคม สปส เตรียมหารือเกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยกรณีปิดกิจการชั่วคราวให้กับลูกจ้างผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ จำนวน 9,000 บาท เรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องเดิม

ซึ่งผู้ประกันตนที่จะได้รับเงินชดเชย คือ 1.กรณีรัฐสั่งปิด และ 2.ประสบวิกฤตนี้ ตรงๆ คือคนในหน่วยงานติด หรือมีคนกลุ่มเสี่ยง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าวนี้ เรามองว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่เขาไม่สามารถมาทำงานได้ตามปกติ

หรือประกอบกิจการได้ตามปกติ ฉะนั้นก็ควรที่จะได้รับเงินชดเชยในส่วนนี้ด้วยส่วนอัตราชดเชยจำนวน 9000 บาทนั้น นายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า คิดอัตราเดียวกันกับกลุ่มลูกจ้างผู้ประกันที่ได้รับเงินชดเชยว่างงานร้อยละ 62 ของค่าจ้างรายวัน แต่ไม่เกิน 90 วัน

ฐานคือค่าแรงขั้นต่ำ และเพดานคือ 15,000 บาท เท่ากับว่าเขาจะได้รับไม่เกิน 9,300 บาท และได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท เพียงแต่ว่า เราจะไปช่วยคนที่เขาเดือดร้อนแต่ยังไม่ครอบคลุมจากมาตรการก่อนหน้านี้ เช่น กลุ่มลูกจ้างในโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจขนส่ง

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 ทั้งนี้การช่วยลูกจ้างกลุ่มนี้ จะเป็นการช่วยผู้ประกอบการไปด้วย นอกจากนี้ยอดผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนรับสิทธิเงินว่างงานขณะนี้ยอดยังใกล้เคียงเดิม เพราะนายจ้างเขายังสู้อยู่ และเขารับรู้ถึง 2 มาตรการ ที่เข้าเกณฑ์จากภาครัฐที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น

เชื่อว่าหลังจากวันที่ 14 เมษายนนี้ ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) หากมีการขยายผู้ที่จะได้การชดเชยไม่ว่าจะเป็นธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ หรือธุรกิจโรงแรม ได้ด้วย เชื่อว่าผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจะมาลงทะเบียนเพิ่มขึ้น

เพราะขณะนี้เขายังไม่เข้าเกณฑ์รับการช่วยเหลือ ขณะนี้เรากำลังเร่งเพื่อที่จะจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ประกันตน ทั้งนี้จากที่คำนวณคาดว่าปลายสัปดาห์หน้าจะต้องมีการจ่ายเงินชดเชยในส่วนนี้

อย่างไรก็ตาม ที่หลายคนบอกว่ามีความล่าช้านั้น เพราะเรื่องดังกล่าวนี้ประกอบด้วยกันหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขเรื่องสิทธิให้ผู้ประกันตนได้รับเงินขดเชยเพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 50 ขยับขึ้นเป็นร้อยละ 62 จึงทำให้มีขั้นตอนเพิ่มเข้ามา ทั้งนี้หากไม่แก้กฎหมาย ผู้ประกันตนหลายคนจะได้รับเงินช่วยเหลือน้อยกว่า 5,000 บาท

ซึ่งมองว่าไม่สมเหตุสมผล นอกจากนี้ การเกิดวิกฤต covid-19 ไม่เคยมีมาก่อนเดิมทีหลายเรื่องไม่เข้าข่าย ก็ต้องมาดำเนินการปรับแก้ให้เข้าข่ายเพื่อที่จะได้ช่วยเหลือให้ครอบคลุมทันสถานการณ์ รวมถึงจะต้องนำมาตรการเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ครม เพื่อขอความเห็นชอบอีกด้วย